Categories

SRW ZII-2 Yaoi Fanfiction(2)

posted on 20 Apr 2012 01:41 by omegrx-crime  in FanFicTion

Warning: Yaoi (เตือนก่อนแล้วนะจ๊ะ~ ใครไม่นิยมกดปิดไปซะน้อ~)

 

 อ่านตอนแรกได้ที่ >>> จิ้มสิฮร้า~~~

 

Super Robot War ZII – Saisei Hen [PSP Game] Fanfiction

Author: OmeG-RX

Pairing: ????? x Crowe Broust

Rate: PG

 

 

          ... ทางด้านโครว์ที่เคลื่อนไปตามทางเดินภายในยานเรื่อยๆ โดยมีเจ้าลูกกลมฮาโล่ลอยตามท้ายมาเงียบๆ ชายหนุ่มเคลื่อนตัวเข้าไปในห้องพักผ่อนรวมที่มองดูเหมือนห้องชมวิวประจำยาน ภายในมีเพียงแสงสว่างเลือนรางที่สาดส่องเข้ามาจากด้านนอกกระจก โครว์ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ก่อนจะก้มหน้านิ่ง ...

 

“โครว์ บูทส์~ โครว์ บูทส์~” ฮาโล่ตีปีก(?)พั่บๆ เข้ามาหาแล้วทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ใกล้ๆ ชายหนุ่ม

 

“ฮาโล่...................... เจ้านายแกนี่มัน... บ้าชะมัด” ชายหนุ่มหยิบลูกกลมสีส้มขึ้นมาก่อนจะก้มลงกอดมันเบาๆ ... น้ำตาค่อยๆ รินไหลออกมาอย่างยากจะควบคุม

 

“โครว์ บูทส์~ โครว์ บูทส์~ ล็อคออนรักโครว์นะ~ ล็อคออนรักโครว์นะ~” ฮาโล่ส่งเสียงร้องออกมากลบเสียงสะอื้นแผ่วเบาให้จมหายไป...

 

            ... เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง น้ำตาเหือดแห้งไปแล้ว หากแต่ร่างที่นั่งเหม่อมองออกไปนอนยานยังคงกอดและลูบเจ้าลูกกลมสีส้มในมือราวกับมันเป็นสัตว์เลี้ยง จนกระทั่งประตูเปิดออก และร่างหนึ่งก็เดินเข้ามา...

 

“มาอยู่ที่นี่เอง...” ร่างนั้นเอ่ย และทันทีที่ได้ยินเสียงฮาโล่ก็ร้องออกมาว่า...

 

เลือกคำตอบต่อไปนี้

-           “เซ็ตสีนะ~ เซ็ตสึนะ~” >>> คลุมดำด้านล่าง

-           “ล็อคออนคนบ้า~ ล็อคออนคนบ้า~” >>> เลื่อนลงไปอ่านด้านล่างๆ

 

 

*เลือก เซ็ตสึนะ เอฟ เซย์เอย์*

“..................... ฮะๆ ดูไม่ได้เลยนะเนี่ย” โครว์หัวเราะร่วนเมื่อหันไปเห็นหน้าตาของเด็กหนุ่มที่เดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ แม้จะมีแสงสว่างไม่มากนัก แต่ก็มองเห็นได้ว่าแก้มข้างหนึ่งบวมช้ำเป็นสีคล้ำ ขณะที่อีกข้างหนึ่งก็มีแผ่นแก้ปวดแผ่นใหญ่แปะติดไว้ ตาข้างหนึ่งก็บวมปูดอย่างเห็นได้ชัด

 

“................” เซ็ตสึนะชักสีหน้าเล็กน้อยก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่ห่างออกไปตัวหนึ่ง

 

“... แล้วจะขับกันดั้มไหวเรอะ?” โครว์ยกมือขึ้นท้าวคางมองพร้อมกับยิ้มน้อยๆ เล่นเอาคนโดนมองต้องหลบสายตาไปอีกทางหนึ่ง

 

“อีกเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้ว”

 

“ดูไม่ได้เลยนะ~ ดูไม่ได้เลยนะ~” ฮาโล่ตีปีก(?)ออกจากโครว์ไปทางเซ็ตสึนะ แต่เด็กหนุ่มก็ใช้มือปัดมันออกไปอีกทางเบาๆ บรรยากาศกลับเป็นเงียบสงบ ขณะที่โครว์หันกลับไปมองนอกกระจกอีกครั้ง

 

“.......... ขอโทษนะ” แล้วจู่ๆ เซ็ตสึนะก็เอ่ยขึ้น

 

“หืม?” โครว์หันมองเด็กหนุ่มพลางเลิกคิ้วขึ้นด้วยความงุนงง

 

“ทำให้ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้... เพราะฉันเป็นคนพาล็อคออนมาก็เลยคิดว่าต้องรับผิดชอบ แค่ไม่ต้องการให้เกิดเรื่องเหมือนครั้งนั้นอีก...” เซ็ตสึนะก้มหน้านิ่งขณะที่เอ่ยออกมา

 

“ทุกคนต่างก็มีเหตุผลเป็นของตัวเองเซ็ตสึนะ... ล็อคออนเองก็เหมือนกัน........................ ใช่... นีลเองก็... เหมือนกัน” แล้วจู่ๆ โครว์ก็นิ่งเงียบไป... ความทรงจำบางอย่างหลั่งไหลออกมาอย่างยากจะควบคุม

 

นี่โครว์~ นายไม่มีที่อยู่ประจำใช่มั้ยล่ะ? ถ้าอย่างนั้น........... ไปอยู่กับฉันมั้ย?? มีข้าวให้กินครบสามมื้อทุกวันเลยนะเอ้า!’ …ก็บอกว่าไม่เอา ไม่เอา ก็ยังเอาข้าวมาล่ออีก... (*โครว์เป็นหนี้หนึ่งล้านเยน ทุกวันนี้ขับหุ่นยนต์ทำภารกิจใช้หนี้อยู่ เวลาเห็นเงินตกอยู่แทบจะกระโจน(?)เข้าใส่ ดังนั้นเรื่องข้าวฟรี... ไม่ต้องพูดถึงเลย*)

 

ฉันทำอะไรผิด?! นายเป็นคนท้าให้ฉันจูบนายเองนะ! แล้วทำไมต้องต่อยแรงขนาดนั้นด้วย?! แก้มฉันบวมเลยเห็นมั้ย เพราะงั้นนายต้องรับผิดชอบ!!’  ... ใครใช้ให้นายทำจริงๆ เล่าไอ้บ้าเอ้ย! เล่นจูบกลางห้องกินข้าวรวมแบบนั้นน่ะ!...

 

....... ฉันรักนายนะโครว์... นายมันบ้า... จู่ๆ ก็มาบอกรักกลางสนามรบแบบนั้น...

 

... ขอโทษนะโครว์ ฉันคง........... เสียงสุดท้ายที่ได้ยินจากระบบสื่อสารกลับเป็นคำขอโทษที่ไม่อาจกลับมาได้อีก...

 

“........ นายเป็นอะไรรึเปล่าโครว์ บูทส์?” เซ็ตสึนะที่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติผุดลุกขึ้นก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้โครว์ที่เริ่มก้มหน้ากอดตัวเองแน่น

 

“... เป็นความผิดของฉันเอง......... ทั้งที่รู้สึกแปลกๆ ตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว... เป็นเพราะฉันลังเลที่จะตามไปตอนนั้น... ถ้าเกิดตอนนั้นฉันตามไป... ล็อคออนก็คง........ นีลก็คงไม่....” ร่างที่ก้มหน้าเริ่มสั่น และในสภาพไร้น้ำหนักนั้นหยดน้ำใสก็ลอยล่องออกมาให้เด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

 

“ไม่ใช่นะ! ตั้งสติหน่อยสิโครว์ บูทส์! มันไม่ใช่ความผิดของนายหรอกนะ!” เซ็ตสึนะเขย่าร่างที่ก้มอยู่เพื่อเรียกสติ หากแต่ร่างนั้นยังคงพร่ำเพ้อออกมาทั้งน้ำตานอง

 

“เพราะฉัน......... นีลตายเพราะฉัน............ ฮะๆๆ ใช่แล้ว... นีลตาย......... ฮะๆๆๆ” แล้วจู่ๆ โครว์ก็เงยหน้าขึ้นหัวเราะลั่นราวกับเสียสติไปจริงๆ

 

“....... พอทีโครว์!” เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากแน่นกับภาพตรงหน้าก่อนจะตัดสินใจคว้าไหล่ของร่างที่นั่นอยู่แล้วก้มลงประกบปากแน่น

 

“อื้อ!!! คนโดนจูบเบิกตาโพลงด้วยความตกใจก่อนที่ทุกอย่างจะกลับสู่ความเงียบงันอีกครั้ง... เวลาผ่านไปชั่วครู่เด็กหนุ่มจึงถอนริมฝีปากออกแล้วยืนจ้องร่างตรงหน้านิ่ง...

 

            ... ดวงตาของคนหนึ่งนิ่งเฉย เฉียบขาด แต่แฝงด้วยความหมายบางอย่าง ขณะที่ดวงตาของอีกคนหนึ่งฉายความงุนงง และไม่เข้าใจในการกระทำเมื่อครู่ของคนตรงหน้าออกมาอย่างเห็นได้ชัด ...

 

“ซะ... เซ็ตสึนะ......” โครว์เอ่ยเสียแผ่ว... คำถามที่อยากถามติดอยู่ในลำคอไม่กล้าเอ่ยออกมา... รสจูบที่ห่างหายไปนานยังคงติดอยู่บนริมฝีปากแม้จะไม่ใช่จูบที่ลึกซึ้งมากมายอะไรนัก...

 

“... นายบังคับให้ฉันต้องทำเองนะ” หากมีแสงสว่างมากกว่านี้อีกสักหน่อยโครว์ก็คงได้เห็นดวงหน้าออกสีเรื่อของเด็กหนุ่มที่เริ่มออกอาการขัดเขินขึ้นมาเล็กน้อยตรงหน้า แต่ตอนนี้โครว์เองก็ยังคงอยู่ในอาการตกใจจึงไม่ได้สังเกตแม้ท่าทางของร่างนั้น

 

“............ เซ็ต... อึก!” ครานี้กลายเป็นโครว์เองที่ออกอาการเขินจนหน้าแดง และยกมือสองมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้

 

“... จะบอกอะไรให้นะโครว์... ไม่ได้มีแต่ล็อคออนคนเดิมหรอกนะที่มองนาย ฉันเองก็เหมือนกัน... แต่เพราะก่อนหน้านี้ฉันยอมรับเรื่องของนายกับล็อคออนคนเดิมได้ แต่ตอนนี้............ คนที่จะมาแทนล็อคออนคนนั้นต้องเป็นฉัน ไม่ใช่ล็อคออนคนปัจจุบัน” ดวงตาของเซ็ตสึนะเริ่มเปล่งประกายประหลาดขณะทื่ใช้มือทั้งสองคว้าจับข้อมือของโครว์ให้เลื่อนออก และโน้มดวงหน้าลงไปอีก

 

“อย่า... เซ็ต.....” คำร้องห้ามถูกดันให้กลับเข้าไปในลำคอเมื่อคนตรงหน้าก้มมาประกบปากอีกครั้ง... หากแต่ครั้งนี้ลิ้นอุ่นของเด็กหนุ่มสอดแทรกเข้ามาควานหาความหอมหวานอย่างถือสิทธิ์ที่ตนได้พูดไป... ความเงียบครอบคลุมรอบด้าน มีเพียงลูกกลมสีส้มที่แสร้งทำเนียนลอยละล่องมองไปทางอื่นราวกับไม่รู้ไม่เห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้น...

 

“........ เอาล่ะโครว์ นายอยากให้ฉันไปส่งนายที่ห้องหรือนายอยากจะไปส่งฉันที่ห้องกันล่ะ?” ผละออกจากความหอมหวานตรงหน้า ขณะที่ยานเคลื่อนผ่านโคโลนี่ที่สาดส่องแสงไฟให้ได้เห็นนัยน์ตาสีไพลินบนดวงหน้าแดงก่ำ เซ็ตสึนะพึงเข้าใจเหตุผลที่ล็อคออนคนก่อนต้องการคนตรงหน้ามากมายขนาดนั้น และตอนนี้... ตัวเค้าเองก็คงไม่ต่างกัน...

 

-----------------------------------------------------------------------------------

“อ้าว แล้วบลาสเตอร์ล่ะ? คุณโครว์อยู่ไหน?” ภารกิจใหม่เริ่มขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปราวครึ่งวัน... เหล่านักบินเข้าประจำหุ่นยนต์ของตนพร้อมออกรบ หากแต่ขาดหายไปหนึ่ง...

 

“สุเมรากิ ลี โนริเอกะ... ปล่อยโครว์นอนไปเถอะ เมื่อวานเจออะไรมากเกินไปหน่อยน่ะ ส่วนของรี.บัสเตอร์บี(Li Blaster B=หุ่นบลาสเตอร์แบบต่อสู้ระยะไกล อาวุธหลักเป็นปืน ตัวหุ่นเน้นด้วยสีน้ำเงิน)เดี๋ยวฉันจะคอยเสริมให้เอง” เซ็ตสึนะที่นั่งอยู่ในห้องบังคับของดับเบิ้ลโอกันดั้มติดต่อผ่านระบบสื่อสารเข้ามาบนหน้าจอหลัก

 

“อ่ะ... เอ่อ....... เข้าใจแล้ว” กัปตันยานปโตเลไมออส2 พยักหน้ารับ แม้จะรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยแต่ในช่วงเวลาแห่งการต่อสู้จะมามัวเป็นกังวลอะไรไม่ได้

 

            ... หลังเสร็จสิ้นภารกิจอีกครั้ง ทีเอเรีย เออร์เด้ ที่กลับเข้ายานมารั้งท้ายคนอื่นเหลือบเห็นร่างของเด็กหนุ่มผมดำที่สวมฟอร์มสีน้ำเงินขาวเดินหายเข้าไปในห้องพักห้องหนึ่ง ซึ่งทีเอเรียคิดว่าถ้าความจำของตนไม่คาดเคลื่อนไปจากที่ควรเป็น(?)ห้องนั้นควรจะเป็นห้องของโครว์ บูทส์ที่ไม่ได้ร่วมรบในศึกที่พึ่งจบไป คนร่างเพรียวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัยก่อนจะผละไปเปลี่ยนชุด ดูเหมือนทุกคนจะไปรวมตัวกันที่ห้องวางแผนของยานและตนก็ควรรีบเร่งไปร่วม หากแต่เมื่อเดินผ่านมายังจุดเดิมเมื่อครู่มือที่กำลังสวมถุงมืออีกข้างอยู่ก็หล่นวูบกับภาพตรงหน้า... ดูเหมือนว่าเซ็ตสึนะจะหยิบเสื้อคลุมตัวเก่งของโครว์ออกมาจากห้อง และเจ้าของเสื้อก็พยายามจะชิงคืน หากแต่กลายเป็นว่าโดนดึงเข้าไปจูบซะงั้น... นิ่งค้างไปราวสิบวิก่อนจะตั้งสติดึงถุงมือขึ้นจนสุด หยิบแว่นตาออกมาเช็ดก่อนจะสวมเข้าที่แล้วเดินอ้อมไปอีกทางหนึ่งเพื่อเข้าร่วมประชุมกับนักบินคนอื่นๆ และทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อเซ็ตสึนะกับโครว์เข้ามาในห้อง ...

 

++++++++++++ THe End~ (เรอะ?)

 

 

*เลือกล็อคออน สตาร์ทอส*

“....... จะเรียกแบบนั้นอีกนานมั้ยฮาโล่?” แผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างโจ่งแจ้ง แก้มที่โดนโจมตีแบบคูณสามมีแผ่นแก้ปวดแปะติดไว้แถมยังบวมตุ่ยอย่างเห็นได้ชัด

 

“มารับฮาโล่เรอะ?” โครว์เอ่ยถามทั้งที่ไม่หันไปมองหน้า

 

“มีคนบอกให้มาง้อมัน และก็................. อยากจะขอโทษนายเรื่องเมื่อกี้” เอนตัวพิงกำแพงห้องจับจ้องมองร่างที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ เจ้าลูกกลมสีส้มผละออกจากอ้อมกอดของร่างนั้นแล้วตีปีก(?)ไปรอบๆ

 

“ไม่สนใจล็อคออนแล้ว~ ไม่สนใจล็อคออนแล้ว~”

 

“ฉันอุตส่าห์มาง้อแล้วนะฮาโล่!! ขอโทษทีนะที่นิสัยฉันมันไม่เหมือนพี่นีลน่ะ!!” เผลอตัวตะโกนออกมาซะลั่นห้อง แต่ชื่อที่เอ่ยออกมานั้นก็ทำให้คนที่นั่งอยู่กระตุกเฮือกขึ้น

 

“นั่นสินะ................ ถึงจะเหมือนแต่ก็ไม่ใช่” ร่างที่นั่งอยู่เอ่ยพึมพำขึ้นทำให้อีกร่างหนึ่งหันควับมองด้วยความสงสัยก่อนจะถอนหายใจเบาๆ แล้วเคลื่อนเข้าไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุด

 

“ฉันไม่รู้เรื่องของนายกับพี่มาก่อน เอ่อ...... จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องที่คิดไม่ถึงล่ะนะ”

 

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนีลซะหน่อย~ บอกรักสักคำก็ยังไม่เคยเลย~ ........ นั่นสินะฉันยังไม่เคยพูดออกไปสักครั้งเลย มีแต่นีลเท่านั้นที่พูด... ฮะๆ พอคิดถึงเรื่องนั้นแล้วนายกับนีลเองก็มีจุดที่เหมือนกันอยู่นะเนี่ย” แล้วจู่ๆ โครว์ก็หัวเราะขึ้น นัยน์ตาสีไพลินเหมือนจะส่องประกายเมื่อยานเคลื่อนผ่านโคโลนี่ที่ส่องประกายสว่างทำให้ภายในห้องมีแสงสว่างมากขึ้น

 

“ไอ้ที่ว่าเหมือนน่ะยังไง.......... ล่ะ” ไลล์ที่เบนสายตาจากด้านนอกกลับมายังร่างที่นั่งอยู่ออกอาการอึ้งค้างเมื่อมองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่กำลังแย้มยิ้มอ่อนโยนโดยมีแสงสว่างจากด้านนอกทาบทับอย่างลงตัว... แค่นี้ก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมพี่ชายตนถึงได้เลือกคนตรงหน้า

 

“ก็เหมือนตรงที่ชอบประกาศความรักอันยิ่งใหญ่ของตัวเองให้ชาวบ้านได้รับรู้กลางสนามรบน่ะสิ” โครว์กระตุกยิ้มขณะย้อนภาพความทรงจำทั้งในอดีต และศึกที่พึ่งผ่านพ้นมาหมาดๆ (ในเกมส์ภาค Saisei Hen มีฉากที่ล็อคออน(ไลล์)บอกรักอานิวตอนกำลังจะออกไปต่อสู้ค่ะ)

 

“โฮ่~ พี่ชายเราก็เจ๋งเหมือนกันนี่นะ” ... น้ำเสียงของไลล์ฟังดูภาคภูมิใจในตัวพี่ชายมาก

 

“อ๋อเหรอ~ *คว้าฮาโล่ที่ลอยผ่านมากแล้วเขวี้ยงใส่หน้าไลล์* พี่ชายนายน่ะมันบ้า! จู่ๆ ก็จูบฉันกลางห้องอาหารรวม! ชวนฉันไปอยู่ด้วยบ้างล่ะ! ตอนลงไปที่โลกก็ชอบไปลากตัวฉันจากสถาบันวิจัยให้ไปนู่นมานี่ด้วย(แต่ก็เลี้ยงข้าวตลอด)! แถมยังบ้ากามอุ้มทั้งฉันทั้งฮาโล่เข้าห้องอยู่เรื่อย! คนตระกูลดีแลนดี้เป็นแบบนี้ทุกคนรึไงกันห่ะ?!” ผุดลุกขึ้นชี้หน้าด่าฝาแฝดที่ไม่รู้เรื่อง แต่พูดเองก็เขินเอง อายเอง หน้าแดงก่ำซะเอง ขณะที่คนโดนกระแทกเข้าที่หน้าคิ้วกระตุกอย่างนึกหงุดหงิด

 

“ฉันไม่ใช่พวกบ้ากามแบบนั้น...  เว้นเสียแต่ว่านายอยากจะลองทดสอบดูตอนนี้ฉันก็จะสงเคราะห์ให้...” ไม่พูดเปล่าพลางก้าวเท้าเข้าหาคนตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มต้องสงสัย... หากแต่พอก้าวไปหนึ่งก้าวคนตรงหน้าก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าวพร้อมสีหน้าหวาดระแวง และก็แบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหลังของโครว์แนบติดเข้ากับผนังห้อง

 

“เอ้า~ หนีไม่ได้แล้วนะ ชักอยากจะรู้เหมือนกันแฮะว่าทำไมพี่ถึงได้ชอบนาย?” ไลล์ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นทาบกับผนังกันคนตรงหน้าหนีไปทางหนึ่ง ขณะที่แขนอีกข้างหนึ่งจับหมับเข้าที่แก้มของร่างนั้นก่อนจะโน้มดวงหน้าลงไป...

 

“ล็อคออนคนบ้า~ ล็อคออนคนบ้า~ อย่าแตะต้องโครว์นะ~ อย่าแตะต้องโครว์นะ~” ฮาโล่ที่ไม่รู้กระเด้งกระดอนมาจากไหนลอยละลิ่วมากระทบเข้าที่แก้มของไลล์เสียงดัง ‘แปะ’ ........... ถ้าไม่คิดว่ามันเป็นแก้มข้างที่มีแผ่นแก้ปวดแปะอยู่น่ะนะ

 

“....................... จะ... เจ็บ~!!!!!!” เสียงร้องของบุรุษมาดเพลย์บอยที่มาดหลุดหายเกลี้ยงกุมแก้มด้วยสองมือของตน ซึ่งเป็นจังหวะให้โครว์คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อแล้วเหวี่ยงให้ร่างนั้นกระแทกเข้ากับกำแพงห้องอย่างแรง

 

“โทษทีนะ... ล็อคออน สตาร์ทอส~ ฉันขอตัวไปนอนล่ะ” กระตุกยิ้มส่งท้ายก่อนจะรีบเร่งคว้าฮาโล่แล้วเผ่นแผล่วออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้คนเจ็บ(?)ที่ทรุดลงนั่งกับพื้นครุ่นคิดบางอย่างก่อนจะหัวเราะลั่นออกมา

 

“ฮะๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ น่าสนใจดีเหมือนกันแฮะ ฮะๆๆ พอจะเข้าใจความรู้สึกของพี่แล้วสิ อา~~ พึ่งเสียคนรักไปหมาดๆ ตอนนี้ฉันกลับคิดจะ ‘จีบ’ ผู้ชายซะแล้วเรอะ? ว่าแต่เจ้าฮาโล่ยังยอมเป็นคู่หูฉันอยู่รึเปล่านะ ฮะๆๆ” ผุดลุกขึ้นก่อนจะเหม่อมองออกด้านนอก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนดวงหน้าของไลล์ ดีแลนดี้อีกครั้ง... สงสัยว่าบางทีอาจจะต้องลองเอาพี่เป็นตัวอย่าง ทำอย่างที่ทิเอเรียบอกก่อนหน้านี้... ตามตื้อไปให้รอบยาน!

 

 ++++++++++++ THe End~ (เรอะ?)

 

 

 

ปล. คนอ่านคงเห็นได้ชัดเจนว่าคนแต่งเข้าข้างใคร? (ฮา)
ปล.2 มันจบ... จริงๆ เรอะ? ไม่รู้สิ? *ยักไหล่*